|
|
|
|
งานพระเมรุมาศพระบรมอัฐิ
|
ประเทศไทยมีระบอบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลานานกว่า ประวัติศาสตร์ของชาติได้จารึกไว้ชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ของไทยนับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ได้ทรงมี โดยเฉพาะในส่วนของประเพณีนั้น ได้กำหนดประเพณีขึ้นไว้เป็นแบบอย่างที่ดีงาม เพื่อประชาชนในชาติถือปฏิบัติ นับตั้งแต่เกิด ครั้นถึงวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคต จึงโปรดใช้คำว่า สุรคต (หรือสวรรคต) หมายความว่า ตามโบราณราชประเพณีซึ่งถือปฏิบัติสืบกันมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี เสด็จสวรรคต หรือพระบรมวงศ์ ในการนี้ พระบรมศพและพระศพจะได้รับการบรรจุไว้ในพระโกศทอง แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานเหนือพระเบญจาทอง การสร้างพระเมรุมาศจะมีขนาดและแบบงดงามวิจิตรแตกต่างกันตามยุคสมัย และตามความบันดาลใจของช่างที่ออกแบบ คำว่า “พระเมรุมาศ” มิได้หมายถึงอาคารที่ใช้สำหรับถวายพระเพลิงองค์เดียว แต่ยังมีปริมณฑลรายล้อมโดยรอบ เกี่ยวกับคติในการสร้างพระเมรุมาศนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงสันนิษฐานไว้ว่า การปลูกสร้างพระเมรุมาศในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นมีความยิ่งใหญ่โอฬารมาก ปรากฎตามจดหมายเหตุและพระราชพงศาวดารว่า “พระเมรุมาศ...โดยขนาดใหญ่ ชื่อ ๗ วา ๒ ศอก โดยลง ๒ เส้น ๑๑ วา ศอกคืบ มียอด ๕ ภายในพระเมรุทองนั้น ประกอบด้วย พระเมรุมาศครั้งนี้มีความสูงกว่าพระเมรุมาศสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือ ๕ วาเศษ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า การถวายพระเพลิงพระบรมศพแต่โบราณนั้นมีรายละเอียดมาก กล่าวคือ มักจัดเป็นงานใหญ่ประมาณ ๑๔ วัน ๑๔ คืน
ขั้นตอนของงานพระราชพิธีแม้จะมีดังกล่าวข้างต้นไม่กี่วัน แต่ก็ต้องเตรียมงานเป็นลำดับอยู่หลายเดือนเช่น เตรียมสร้าง สิ่งที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นอกจากสิ่งก่อสร้างแล้วยังมีอุปกรณ์หลายสิ่ง การอัญเชิญพระบรมศพจากที่ประดิษฐานออกสู่พระเมรุมาศตามพระราชประเพณีถือว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ คำว่า พระราชอิสริยยศ หมายถึงเครื่องประกอบพระเกียรติยศตามพระราชอิสริยศักดิ์เฉพาะ เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ |
|
|
|
|
การจัดริ้วกระบวนพระราชอิสริยยศ โดยทั่วไปจะจัดดังลักษณะดังต่อไปนี้ ริ้วกระบวนที่ ๑ กระบวนพระราชอิสริยยศอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระมหาปราสาท ไปยังพระมหาพิชัยราชรถ โดยพระยานมาศสามลำคาน ริ้วกระบวนที่ ๒ กระบวนพระราชอิสริยยศอย่างริ้ว ๑ ประกอบกระบวนทหารนำและตามอัญเชิญพระโกศพระ บรมศพประดิษฐาน ริ้วกระบวนที่ ๓ กระบวนพระราชอิสริยยศอย่างริ้วที่ ๑ เวียนพระเมรุ พระบรมศพทรงพระยานมาศหรือราชรถปืนใหญ่ ริ้วกระบวนที่ ๔ อัญเชิญพระบรมอัฐิสู่พระบรมมหาราชวัง โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน มีพระวอสีวิกากาญจน์ ริ้วกระบวนที่ ๕ อัญเชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง พระราชพาหนะเหมือนกระบวนที่สี่ ริ้วกระบวนที่ ๖ เชิญพระราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ พระอารามโดยกระบวนรถม้าหรือพระราชยานคานหาม การจัดงานพระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า หรือสมเด็จพระบรมราชินีตามโบราณราชประเพณีที่เคยจัดในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น มีความยิ่งใหญ่โอฬารทั้งนั้น การปลูกสร้างพระเมรุมาศ ในการฉลองสมโภช และการจัดกระบวนอัญเชิญพระบรมศพ ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ในยุคแรก บ้านเมืองยังอยู่ในภาวะศึกสงคราม การจัดงานพระบรมศพมิได้สร้างพระเมรุมาศสูงใหญ่เทียบเท่าพระเมรุมาศสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้ตัดทอนการพระบรมศพของพระองค์เองให้น้อยลง เป็นต้นมาว่าให้สร้างพระเมรุมาศให้มีขนาดเล็กลงเพียงพอเผาได้ มิให้สูงถึง ๒ เส้นดังแต่ก่อน ได้ทรงสั่งให้งดการตั้งพระบรมศพฉลองที่พระเมรุเป็นเวลาหลายวันหลายคืน เปลี่ยนเป็นให้พระบรมศพออกพระเมรุแล้วถวายพระเพลิงให้เสร็จในวันเดียวกัน รุ่งขึ้นให้เชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้มีพระบรมราชโองการ ให้ตัดจำนวนราชรถในกระบวนอัญเชิญพระบรมศพ หลังจากที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว มีการเก็บพระบรมอัฐิประมวลลงในพระโกศทองคำลงยา ประดับพุ่มเฟื่องอัญมณี ในสมัยโบราณ
การจัดงานพระบรมศพเมื่อถึงเวลาถวายพระเพลิงนั้นจะได้มีการเตรียมการมาแล้วไม่น้อยกว่า
๕-๗ เดือน
นับตั้งแต่ปลูกสร้างพระเมรุมาศและเตรียมเครื่องประกอบอิสริยยศในกระบวนต่างๆให้พรักพร้อม
เมื่อเวลาถวายพระเพลิง ประวัติการจัดพระราชประเพณีพระบรมศพ หลักฐานที่กล่าวถึงการจัดงานพระบรมศพที่เก่าแก่ที่สุด ปรากฏอยู่ในหนังสือไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพนธ์ “เมื่อนั้น จิงพระญาจักรพรรดิราชนั้น ธ ก็ทิพธรชงคตพิธรชะโลมด้วยกระแจะจวงจันทน์ แลจิงเอาผ้าขาวอันเนื้อละเอียดนั้น ครั้นล่วงมาถึงสมัยอยุธยายุคต้น ไม่มีหลักฐานกล่าวถึงการพระศพเลย จะเริ่มปรากฎในยุคกลาง ในหนังสือพระราชพงศาวดาร
|
|
|
งานพระเมรุมาศ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยกรุงธนบุรี ไม่ปรากฎหลักฐานว่าได้จัดงานพระเมรุเลย พระศพชั้นสูงก็จะมีแต่พียงงานพระศพกรมพระเทพามาตย์ ครั้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชไทรงการถวายพระเพลิงพระบรมศพ งานพระเมรุมาศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก “ในปีเถาะ สัปตศก จุลศักราช ๑๑๕๗ (พ.ศ. ๒๓๓๘) นั้น การทัพศึกว่างลง ทรงพระราชดำริจะถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิ เจ้าอนัมก๊กและองค์สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี เจ้ากรุงกัมพูชาเมื่อได้ทราบข่าวก็แต่งทูตให้คุ้มสิ่งของเข้ามาทูลเกล้าฯ ครั้น ณ เดือน ๕ ปีมะโรง อัฐศก จุลศักราช ๑๑๕๘ (พ.ศ.๒๓๓๙) การพระเมรุสร้างเสร็จแล้ววันขึ้น ๑๓ ค่ำ โปรดให้แห่ อนึ่ง ในการมหรสพสมโภชพระบรมอัฐิครั้งนั้น มีโขนชักรอกโรงใหญ่ทั้งโขนวังหลวงและวังหน้าแล้วประสมโรงเล่นกลางแปลง |
|